หาคีย์เวิร์ดภาษาไทย จากคำค้นจริงบน Google

ใส่คีย์เวิร์ดหลักหนึ่งคำ ระบบจะยิงถาม Google Autocomplete ให้อัตโนมัติหลายสิบชุด — ทั้งคำเสริมยอดนิยม (ราคา รีวิว วิธี) และไล่ ก–ฮ เพื่อขุด long-tail ที่คนไทยพิมพ์ค้นจริง ไม่ใช่คำที่นั่งเดากันเอง

โหมดเร็วใช้เวลาไม่กี่วินาที ส่วนโหมดละเอียดจะไล่ต่อท้ายด้วยพยัญชนะ ก–ฮ ทีละตัวเพื่อขุดคำที่ลึกกว่า (ใช้เวลาราวครึ่งนาที)

วิธีใช้งาน

  1. ใส่คีย์เวิร์ดหลักที่กว้างหน่อย เช่น "ครีมกันแดด" ไม่ใช่ประโยคยาว แล้วกด "หาคีย์เวิร์ด"
  2. ระบบจะแตกคำให้เป็นกลุ่ม — คำค้นตรง, คำเสริมยอดนิยม (ราคา รีวิว วิธี ฯลฯ) และโหมดละเอียดจะไล่ ก–ฮ เพิ่ม
  3. คลิกคำที่ต้องการเพื่อคัดลอกทีละคำ หรือดาวน์โหลดทั้งลิสต์เป็น CSV ไปคัดต่อใน spreadsheet

เดาคีย์เวิร์ดเอง คือต้นทุนที่มองไม่เห็นของคอนเทนต์ไทย

บทความจำนวนมากเขียนดี แต่ไม่มีคนอ่าน เพราะยิงคำที่ไม่มีใครค้น — คนเขียนตั้งคำจากภาษาของตัวเอง ("ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดด") ขณะที่คนค้นพิมพ์อีกภาษา ("ครีมกันแดด ตัวไหนดี pantip") ช่องว่างนี้แหละที่ทำให้งานเขียนทั้งชิ้นสูญเปล่า

ข้อมูลในเครื่องมือนี้ดึงจาก Google Autocomplete ซึ่งประกอบขึ้นจากคำที่ผู้ใช้จริงพิมพ์ค้นซ้ำ ๆ มันจึงเป็นบันทึก "ภาษาจริงของคนค้น" ที่แม่นกว่าการระดมสมองในห้องประชุม และการไล่ต่อท้ายด้วย ก–ฮ คือเทคนิคเดียวกับที่นัก SEO ใช้ขุด long-tail ด้วยมือ — ต่างแค่เครื่องมือนี้ทำให้ครบทุกตัวอักษรในคลิกเดียว

ได้ลิสต์คีย์เวิร์ดแล้ว ทำอะไรต่อ

  1. คัดคำที่ intent ตรงกับหน้าที่จะทำ — คำว่า "ราคา / ที่ไหน / ยี่ห้อไหนดี" คือคนใกล้ตัดสินใจ ส่วน "คือ / วิธี" คือคนหาความรู้ ใช้ปนกันในหน้าเดียวไม่ได้
  2. เช็คช่วง search volume ของคำที่คัดไว้ใน Google Keyword Planner ก่อนลงมือเขียน
  3. เขียนเสร็จแล้ว วางบทความใน เช็ค Keyword Density ภาษาไทย เพื่อดูว่าใช้คีย์ครบและไม่ยัดเกิน แล้วปิดท้ายด้วย SERP Preview เพื่อเขียน title ให้คำหลักไม่โดนตัด

คำถามที่พบบ่อย

คีย์เวิร์ดที่ได้มาจากไหน เชื่อถือได้แค่ไหน

มาจากระบบ Autocomplete ของ Google โดยตรง — ชุดคำเดียวกับที่เด้งขึ้นมาตอนคุณพิมพ์ในช่องค้นหา ซึ่ง Google สร้างจากคำที่ผู้ใช้จริงพิมพ์ค้นบ่อย จึงเป็นหลักฐานว่า "มีคนค้นคำนี้จริง" ต่างจากการนั่งเดาเอง แต่ระบบนี้ไม่บอกจำนวนครั้งที่ค้น (search volume) — ใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้น แล้วค่อยเช็ค volume ต่อ

ทำไมไม่มีตัวเลข Search Volume ให้ด้วย

ตัวเลข volume ของคีย์ภาษาไทยต้องดึงจากระบบข้อมูลแบบเสียเงิน ถ้าเราใส่มาแบบเดา ๆ จะอันตรายกว่าไม่มี วิธีที่เราแนะนำคือดาวน์โหลดลิสต์จากเครื่องมือนี้เป็น CSV แล้วเอาไปวางใน Google Keyword Planner (ฟรี แค่มีบัญชี Google Ads) เพื่อดูช่วง volume ของทุกคำในรอบเดียว

ใช้กับคีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นได้ไหม

ได้ แต่ระบบตั้งค่าผลลัพธ์เป็นการค้นหาจากประเทศไทย ดังนั้นคำแนะนำที่ได้จะสะท้อนสิ่งที่คนในไทยค้น เช่นพิมพ์คำอังกฤษก็จะเจอคำผสมไทย-อังกฤษแบบที่คนไทยพิมพ์จริง ซึ่งตรงกับการทำ SEO ตลาดไทยมากกว่าเครื่องมือสากล

เครื่องมือฟรีตัวอื่น